วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
Peter Dennis และโจ ลูกอีสาน กับแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่า
วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
สไตล์การลงทุน
วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
อายัดทรัพย์ปม STATK
หุ้นไทยเจ็บหนัก ครึ่งปีแรก2566
วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
10 อันดับเศรษฐีหุ้นไทย ในครึ่งแรกปี 2566
วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
วิธีอ่านงบการเงินแบบกระชับ
วิธีอ่านงบการเงินแบบกระชับ
วิธีการดูข้อมูลงบการเงินในจุดสำคัญๆ ไม่ใช่ตำราการวิเคราะห์งบการเงินฉบับเต็ม ที่ต้องเขียนเป็น 100 หน้า และอ่านนานเป็นวันๆ แต่จะสรุปเฉพาะจุดสำคัญที่ท่านควรดูเป็นขั้นต่ำ โดยไม่ใช้เวลามาก (จนหมดกำลังใจที่จะอ่านต่อ) สามารถเห็นได้ว่าหุ้นที่ดูนั้นเป็นหุ้นดีที่น่าสบายใจ หรือเป็นหุ้นแย่ที่มีจุดเสี่ยงจุดเปราะที่ควรหลีกเลี่ยง
.
โดยจุดสำคัญของงบการเงินที่ควรจะดูเป็นขั้นต่ำ ได้แก่
1. รายงานความเห็นของผู้สอบบัญชี แม้ว่าจะค่อนข้างยาว โดยส่วนหนึ่งเป็นการแจงของผู้สอบบัญชีว่าได้สอบถามตรวจทานมาอย่างไร และกล่าวถึงว่า ผู้บริหารเป็นผู้รับผิดชอบการจัดทำงบ เป็นต้น
จุดที่สำคัญที่สุดที่ต้องหาให้ได้คือ ถ้อยคำว่า ”งบการเงินนี้ถูกต้องตามที่ควรในสาระสําคัญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน” หรือ “ไม่พบสิ่งที่เป็นเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลทางการเงินดังกล่าวไม่ได้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชี” แต่ถ้าอ่านเจอคำว่า “ข้าพเจ้าไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัท” แบบเดียวกับหุ้นที่กำลังโด่งดังอยู่ขณะนี้ ต้องเลี้ยวหนีทันที
นอกจากนั้น ในรายงานผู้สอบบัญชี ให้ดูต่ออีกนิดว่า มี ”ข้อสังเกต” หรือไม่ ถ้ามีก็ควรอ่านดูว่า ประเด็นข้อสังเกตนั้นทำให้เรากังวลหรือไม่กังวล
แต่ถ้าใครอยากได้ตัวช่วยสรุปความเห็นผู้สอบบัญชีเร็วขึ้นไปอีก ให้ไปดูจาก Factsheet ในเว็บไซต์ของ settrade เขาได้ช่วยสรุปความเห็นผู้สอบบัญชีไว้ให้เรียบร้อยสั้นๆ เช่น ไม่มีเงื่อนไข หรือไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต เป็นต้น
.
2. ดูการเติบโตของรายได้ กำไรสุทธิ สินทรัพย์ ควรใช้ตัวช่วยจากตัวเลขสรุป 5 งวดปี ที่เว็บไซต์ SET และ settrade ช่วยนำข้อมูลมาเรียงเป็นตารางให้เรียบร้อย ธุรกิจโดยทั่วไปที่ไม่ใช่หุ้นวัฏจักรแบบเข้มข้น (Cyclical Stock) ควรมีแนวโน้มเติบโตให้เห็นได้ จากการเรียงข้อมูลประมาณ 5 ปี โดยไม่จำเป็นต้องโตทุกปีก็ยอมรับได้ เพราะการลดหย่อนนิดๆ หน่อยในบางปีไม่ใช่เรื่องแปลกในประเทศที่เศรษฐกิจไม่ได้เติบโตมากแบบไทยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และผมคิดว่าอาจต้องยอมเว้นวรรคข้ามการดูปี 2563 และ 2564 ที่เป็นช่วงวิกฤตโควิดอย่างหนักจนตั้งหลักไม่ทัน เพราะไม่ใช่สิ่งที่เกิดได้บ่อยๆ
การเรียงข้อมูลเทียบแค่ 2 ปี หรือ 3 ปี ไม่เพียงพอให้เห็นทิศทางที่ผ่านมาว่าเติบโตหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหุ้นธุรกิจวัฏจักรเข้มข้น เช่น ปิโตรเคมี น้ำมัน โลหะ สินค้าเกษตร สายการบิน เป็นต้น
ทั้งนี้ หุ้นวัฏจักรแบบเข้มข้น จะมีพฤติกรรมราคาสินค้าและกำไรผันผวนมากเป็นวัฏจักร ช่วงที่ดีจะขึ้นแรงจนตะลึงประมาณ 2 ปี แล้วสลับด้วยการดิ่งเหวประมาณ 2 ปี ยามลงแรงอาจถึงขั้นผลดำเนินงานขาดทุน แล้วก็จะกลับเข้าสู่วงจรขาขึ้นรุนแรงใหม่ สลับกันเช่นนี้ไปเรื่อย
ดังนั้น ใครเอางบแค่ 2-3 ปี มาดูก็จะเข้าใจผิดว่าเป็นหุ้นเติบโตสูง หรือในช่วงแย่ก็นึกว่าเป็นหุ้น Sunset คือ ชีวิตธุรกิจจบสิ้นแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นการมองผิดพลาดเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเรียงงบ 5 ปี ก็จะเห็นได้ถึงพฤติกรรมของวัฏจักรได้ชัดเจน
ตัวเลขยอดรายได้ และกำไรสุทธิที่นำมาดู ควรเป็นรายได้และกำไรที่เป็นปกติของการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่ฟลุค ที่เป็นรายการพิเศษครั้งเดียว เช่น ขายที่ดินกำไรครั้งเดียวโดยไม่ได้มีอาชีพจัดสรรที่ดิน หรือกำไรจากการแก้ไขปัญหาหนี้แล้วเจ้าหนี้ลดหนี้ให้ เป็นต้น
3. ดูตัวเลขที่แสดงว่าบริษัทนี้มีคุณภาพกำไรในอัตราที่ดีหรือไม่ นอกเหนือไปจากเราจะดูตัวเลขกำไรสุทธิ กำไรต่อหุ้น ที่อยู่บรรทัดล่างของงบกำไรขาดทุนแล้ว คงต้องเอาตัวเลขมาหารหาอัตราส่วนกำไรด้วย เช่น กำไรสุทธิหารด้วยยอดรายได้ (Net Profit Margin) กำไรสุทธิหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)
ธุรกิจที่ดี ควรมีอัตรากำไรที่สูง และเทียบยาวๆ 5 ปี อัตรากำไรไม่หดแคบลง ถ้ามีเวลาอีกนิด น่าจะลองไปดูของคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันจะเห็นได้ชัดขึ้น
ควรเลี้ยวไปเหลือบมองงบกระแสเงินสดสักนิด ในบรรทัดที่เขียนว่า เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน หรือพูดง่ายๆ คือ เงินสดจากกำไรของกิจกรรมค้าขายที่บวกกับบรรดาค่าเสื่อมราคาที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ต้องเงินออกไป (เพราะซื้อมาก่อนแล้ว) และไม่รวมการลงทุนต่างๆ ไม่รวมการกู้ยืมหรือคืนเงินกู้
ในบางรายที่โชว์ว่ามีกำไรสุทธินั้น แต่พอไปดูบรรทัดเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานกลับติดลบ กรณีนี้ ถ้าเรายังจะสนใจหุ้นนี้ ก็คงต้องเพิ่มการบ้าน ให้ไปเจาะดูเพิ่มอีก เช่น ดูว่ามียอดลูกหนี้สูงขึ้นมากใช่ไหม หรือสต็อคสินค้าคงเหลือในบริษัทพุ่งขึ้น จึงทำให้ตัวเลขกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ ถ้าเป็นเช่นที่ว่านี้ ดูไม่สวยงามนัก ท่านอาจต้องพิจารณาเพิ่มให้ดีว่า ลูกหนี้มีปัญหาค้างชำระเกินสมควรหรือไม่ และทำไมสต็อควัตถุดิบและสินค้าพุ่ง เป็นเพราะขายไม่ออกหรือไม่
กรณีที่กล่าวไปนี้ เรายังไม่นับรวมกรณีตุกติกทางบัญชี ซึ่งต้องเรียนว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะจับทันได้ทั้งหมดจากการดูในงบการเงินที่แจ้งออกมา นักลงทุนและนักวิเคราะห์คงต้องพยายามเลือกหุ้น โดยค้นหาประวัติและพฤติกรรมที่ผ่านมาของผู้บริหาร ทีมงาน กรรมการ และผู้ถือหุ้นหลัก ซึ่งก็คงกรองได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายที่เขาเนียนกริ๊บ แสดงหลักฐานว่ามียอดขาย มีใบเสียภาษีต่างๆ ยืนยันอีกด้วย
4. ความเสี่ยงและสภาพคล่องทางการเงิน โดยหลักแล้ว บริษัทที่มีหนี้น้อย ส่วนของทุนมาก และบริหารโครงสร้างการเงินดี ย่อมมีความเสี่ยงที่ต่ำ มีแรงทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอหรือถดถอยได้ดี
ให้ดูอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ตัวเลขที่ต่ำเป็นตัวเลขที่สบายใจในแง่ความเสี่ยงทางฐานะการเงิน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่แข็งแรงและมีการเติบโตดีจริง อาจไม่ใช้สัดส่วนนี้ต่ำมากๆ เนื่องจากความจำเป็นต้องขยายงาน และในความเป็นจริง ต้นทุนดอกเบี้ยกู้นั้น ต่ำกว่าต้นทุนที่ถูกเรียกร้องจากส่วนของผู้ถือหุ้น (Cost of Equity )
ดังนั้น เราอาจเห็นบริษัทดีๆ มีสัดส่วนเกิน 1 เท่าไปบ้าง อาจจะใกล้ 2 เท่าก็ไม่ต้องตกใจ แต่หากเห็นกิจการที่กำไรไม่ค่อยดี แล้วมีระดับ D/E 3-4 เท่า อันนี้น่าเสียวไส้ เพราะเป็นการแบกความเสี่ยงทางการเงินที่สูงเมื่อเทียบกับพลังในการสร้างกำไรมาจ่ายคืนหนี้ และหากมีสถานการณ์ธุรกิจชะลอหรืออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นไปมาก ภาระนี้ก็คงหนักหนาขึ้น โอกาสทำกำไรก็จะยิ่งยากเป็นเท่าตัว
ในเรื่องหลักเกณฑ์อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนใกล้ 1 เท่านี้ ไม่ไปใช้กับธุรกิจธนาคาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องระดมหนี้จากเงินฝาก เอามาเป็นสินค้าที่เอาไปขาย (ปล่อยกู้) และกินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ทำให้อัตราส่วนจะไปเกือบ 10 เท่า วิธีวิเคราะห์งบธนาคารจะมีหลักเกณฑ์และรายละเอียดแตกต่างไปจากธุรกิจอื่นมาก ซึ่งในวันนี้เรายังไม่เข้าไปเขียนถึง
กรณีที่ค่า D/E สูง อาจต้องดูอัตราส่วนสภาพคล่องการเงินระยะสั้นอีกสักนิด ที่เรียกว่า Current Ratio นั่นคือ ในงบดุล ให้เอาบรรทัดสินทรัพย์หมุนเวียนมาหารด้วยหนี้สินหมุนเวียน โดยทั่วไปเราคงต้องการให้เกิน 1 เท่า เพื่อให้พอหมุนเวียนจ่ายหนี้ระยะ 1 ปีทัน เงินไม่ช็อตไปเสียก่อน
แต่ถ้าจะเอาให้ชัวร์ ควรไปถึงขั้นใช้ Quick Ratio คือ สินทรัพย์หมุนเวียนที่ไม่นับรวมสินค้าคงเหลือในมือ แล้วหารด้วยหนี้สินหมุนเวียนเเบบเต็มคาราเบล ตัวเลขก็จะต่ำกว่า Current Ratio ลงไปบ้าง ซึ่งเป็นวิธีที่คัดกรองความเสี่ยงทางสภาพคล่องได้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะกรณีของกิจการที่แอบมีสินค้าคงเหลือเกินปกติ ถ้าคำนวณ Quick Ratio ตัวเลขจะลดฮวบลงมาเยอะเช่น Current Ratio อยู่ที่ 1.1 แต่ Quick Ratio ทรุดมาที่ 0.7 เป็นต้น
5. ตรวจตัวเลข ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ ว่าดูเป็นปกติดี ตัวเลขเหล่านี้ถ้าดูอันตราย มักเป็นจุดเริ่มต้นของหุ้นที่จะมีปัญหา ปกติจะมีตัวเลขที่ขยายสอดคล้องไปกับการเติบโตของการขาย ซึ่งอาจเร็วช้ากว่ากันนิดหน่อยได้ แต่กรณีที่ต้องระวัง คือการพุ่งขึ้นพรวดพราดของยอดลูกหนี้ และหรือสินค้าคงเหลือ เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้น 10% แต่ยอดลูกหนี้พุ่งขึ้น 70 % อันนี้ท่านลองไปดูคำอธิบายในเอกสาร คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ที่เขาส่งมาพร้อมงบการเงิน อาจอธิบายไว้ในนั้น ท่านต้องชั่งใจดูว่า คำอธิบายสมเหตุผลน่าสบายใจไหม และถ้าไม่มีคำอธิบาย ผมว่าเราต้องระวัง
ลองคำนวณตัวเลขลูกหนี้เทียบระยะเป็นจำนวนวันหรือเดือนของการขาย เช่น ถ้ามียอดขาย ปีละ 2,400 ล้านบาท เท่ากับเฉลี่ยได้เดือนละ 200 ล้านบาท แต่มียอดลูกหนี้พุ่งขึ้นเยอะเป็น 1,200 ล้านบาท เมื่อเอายอดลูกหนี้หารด้วยยอดขายต่อเดือน ปาเข้าไปประมาณ 6 เดือน ถือว่าค้างกันนานมาก ลองมองปีก่อนเทียบกัน ว่าพุ่งมาจากระดับกี่เดือน และหรือดูลักษณะธรรมชาติทางธุรกิจของเขาว่าเป็นการขายของเงินผ่อนประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็แสดงว่าอาจมีปัญหาลูกหนี้เกิดขึ้น
คำนวณตัวเลขสินค้าคงเหลือว่าค้างผิดปกติหรือไม่ โดยเทียบระยะเป็นจำนวนวันหรือเดือนของต้นทุนสินค้าขาย โดยทั่วๆ ไป น่าจะคงเหลือไว้ไม่นานไปกว่า 2-3 เดือน ขึ้นกับลักษณะธุรกิจ ถ้าคงเหลือค้างนานเท่ากับรอขายครึ่งปี แบบนี้ต้องไตร่ตรองดีๆ ว่ามีคำอธิบายที่สมเหตุผลหรือไม่ครับ
ผมจำได้ว่าเคยมีเคสที่มีปัญหา เป็นหุ้นในอดีตรายหนึ่งเมื่อสัก 15 ปีก่อน ที่ทำธุรกิจโชว์รูมรถหรูนำเข้า มียอดสินค้าคงเหลือนาน 6-7 เดือน ซึ่งผมก็รู้สึกแปลกใจมาก เพราะโดยทั่วไปน่าจะเป็นการจองโดยมีแค่รถโชว์ไม่กี่คัน ซึ่งต่อมาหุ้นนี้มีปัญหามากมายหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องสินค้าคงคลังกลายเป็นสินค้าทิพย์เกือบทั้งหมด คือไม่มีสต็อคอยู่จริง
ทั้งหมดนี้ เป็นเทคนิคอ่านงบแบบกระชับ 5 ข้อ ที่ผมหวังว่าจะช่วยให้นักลงทุนได้นำไปใช้คัดกรองให้ได้หุ้นที่ดี หนีหุ้นที่แย่ได้พอสมควร
#หุ้น #News #งบการเงิน #ลงทุน #เล่นหุ้น
เครดิต
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน
WealthyThai
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565
สมัคร
สมัคร
Diary lunc กับ คุณป้านักลงทุน
13 พค. 2565
ป้าไม่ได้ถือ #luna มาก่อนค่ะเพราะเข้าไม่ทัน ราคาไปไกล แต่พึ่งจะมาซื้อ 4ไม้ๆละ 20 usdt รวมจ่าย 80 ในเวลา 2 วัน
เข้าซื้อตอนราคา
0.9
0.2
0.0387
0.0000023
จากนั้นขายไปเอาเงินคืนมา 200 usd
เท่ากับกำไรแล้ว 120 usd
ที่เหลือปล่อย จน bn ปิดเทรดไป
ก็แล้วแต่เนาะ ว่าเหรียญจะกลับมาได้มั้ย
14 พค.2565
สูตรการลงทุนสไตล์ #คุณป้านักลงทุน
สูตรการลงทุนสไตล์ #คุณป้านักลงทุน
บริหารความเสี่ยง
DCA
ไม่ ALL IN
ลงมาก กำไรให้ตัดทุนออก
ลงน้อย รับความเสี่ยงได้ก็ปล่อยยาวได้
กระจายความเสี่ยง
เงินสดคือพระเจ้า
ลงทุนด้วยงบ 10-30% ของที่ลงได้
เผื่อถัว 5 ถึง 10 ไม้
รักนะ
#คุณป้านักลงทุน
ขอให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง
ตอนนี้ไม่มีชุดความรู้อะไรจะมอบให้เพิ่มเติมนะคะ นอกจาก
..ขอให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง
..ลงทุนด้วยตนเอง ไม่ฝาก ไม่โอนเหรียญให้คนอื่นไปซื้อเหรียญให้
..ไม่หลงรักพวกทักแชทมาจีบ สักพักชวนเปิดพอต สร้างอนาคตร่วมกัน..ไม่มีอยู่จริงค่ะ
..ไม่ลงทุนเกินตัว
..บริหารความเสี่ยงอยู่เสมอ
..ศึกษาหาความรู้เสมอ
..ไม่ต้องเชื่อคนที่บอกกำไรเยอะ นั่งนอนรอความรวย ไม่มีค่ะ
ขอให้รอด ขอให้รวยนะคะ
รักและคิดถึง
#คุณป้านักลงทุน
วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
ลงทุนช่วงตลาดหมี ช่วงนี้ทำไงดี
ลงทุนช่วงตลาดหมี ช่วงนี้ทำไงดี?
ในภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ประชาชนมีรายได้ที่ลดลง แล้วในแง่ของการลงทุนคริปโต เราจะทำยังไงดี วันนี้ป้าจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ว่า ป้าทำยังไง
โดยส่วนตัวป้า มองว่า เศรษฐกิจ และ ภาวะเลวร้ายต่างๆยังไม่ถึงขีดสุด หรือจุดต่ำสุด ย้ำว่า เป็นมุมมองส่วนตัวนะ ไม่มีอะไรอ้างอิงทั้งสิ้น
ป้าจึงกระจายความเสี่ยง โดยการเลือกลงทุนในหลายตลาดมากขึ้น แต่ ลดจำนวนเงินลงทุนในภาพรวมลงไป แบ่งเงินช้อนซื้อคริปโตตัวใหญ่ๆหลักๆ และคริปโตที่ตลาดให้ความสนใจ เมื่อราคามันลง เหลือเงินสดไว้ช้อนอีกเรื่อยๆ
เชื่อตัวเอง ไม่เชื่ออินดิเคเตอร์จนเกินไป เชื่อในเศรษฐกิจโลกในภาพรวมด้วย ถือเงินสดในมือก้อนหนึ่งเพื่อรอของถูก
หลานๆเพื่อนๆนักลงทุน ช่วงนี้ลงทุนอะไรแบบไหนกันบ้าง ก็มาแชร์กันได้ค่ะ
#คุณป้านักลงทุน #ลงทุนช่วงตลาดหมี
3 ขั้นตอนง่ายๆ กับการเทรดคริปโตแบบ P2P ในไบแนนซ์
3 ขั้นตอนง่ายๆ กับการเทรดคริปโตแบบ P2P ในไบแนนซ์
วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565
BITKUB ประกาศ: แจ้งหยุดให้บริการถอนเหรียญ Everex (EVX) อย่างถาวร
BITKUB ประกาศ: แจ้งหยุดให้บริการถอนเหรียญ Everex (EVX) อย่างถาวร
ในวันที่ 27 มกราคม 2565 เวลา 23:59 น.
บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ("บริษัท") จะดำเนินการเพิกถอนเหรียญ Everex (EVX) สืบเนื่องมาจากในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี พ.ศ. 2564 ตามรอบทบทวนการขึ้นทะเบียนสิ
ขาดการพัฒนาโครงการเป็
นระยะเวลานาน การไม่ให้ข้อมูลที่เพียงพอ และความล่าช้าในการตอบรับเกี่
ยวกับการขอข้อมูลความคืบหน้ าของโครงการ ขาดการสื่อสารต่อนักลงทุนเกี่
ยวกับโครงการเป็นระยะเวลานาน ผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ออกเหรียญได้
ระบุไว้ในแผนงานไม่สามารถใช้ งานได้
บริษัทพิจารณาแล้วเห็นควรเพิ
27 มกราคม 2565 เวลา 23:59 น. บริษัทจะหยุดให้บริการถอนเหรียญ EVX อย่างถาวร
*หากลูกค้าท่านใดยังคงมีเหรียญ EVX ค้างในกระเป๋าภายหลังการหยุดบริ
**เครื่องหมาย DE (Delist) เป็นเครื่องหมายแสดงการระงั
ทางบริษัทต้องขออภัยในความไม่
BITKUB
วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565
มรดกหนี้
สำหรับคนที่มีฝีมือทำอาหาร อยากทำโอมากาเสะ
วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565
ที่อยู่กระเป๋า (Address) เหรียญ KUB ได้รับการเปลี่ยนแปลง
เรียน คุณลูกค้าคนสำคัญ
เนื่องจากบิทคับมีการปรับปรุ
**โปรดทราบรายละเอียดของการเปลี่
ท่านจะต้อง “สร้าง ADDRESS” ใหม่ ภายหลังจากการปรับปรุ
งระบบสำเร็จ ยอดคงเหลือ KUB ของท่านจะไม่ได้รั
บผลกระทบจากการเปลี่ยน Address ใหม่ การเปลี่ยน Address ไม่มีผลต่อการซื้อ-ขาย
หากใช้ Address เดิมฝาก KUB ของท่าน อาจทำให้ธุรกรรมสูญหายได้ **โปรดใช้ Address ที่สร้างใหม่เท่านั้น
ขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจ
Bitkub เปิดระบบฝาก-ถอนเหรียญ EXFI และแจกจ่ายเหรียญให้ลูกค้า วันที่ 19 มกราคม 2565
Bitkub เปิดระบบฝาก-ถอนเหรียญ EXFI และแจกจ่ายเหรียญให้ลูกค้า วันที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 17:00
บิทคับรองรับการแจกจ่ายเหรียญ EXFI ให้กับผู้ถือเหรียญ Songbird (SGB)
บิทคับรองรับการแอร์ดรอป (Airdrop) เหรียญ Experimental Finance (EXFI) ของ Flare Finance ให้แก่ผู้ที่ถือเหรียญ Songbird (SGB) เพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกค้
เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรม Airdrop
ลูกค้าที่จะได้รับ EXFI Airdrop คือผู้ที่ถือเหรียญ SGB บนกระเป๋า Bitkub ณ เวลา 1:00 น. (เวลาประเทศไทย) ของวันที่ 13 ธันวาคม 2564 เพื่อให้ทางบริษัทดำเนินการ Snapshot จำนวนเหรียญ SGB และนำไปคำนวณเพื่อแจกจ่ายเหรียญ EXFI ต่อไป
กำหนดการ
Bitkub และ Flare Finance ดำเนินการ Snapshot จำนวนเหรียญ SGB ของลูกค้า
วันที่ 13 ธันวาคม 2564 เวลา 1:00 น.Bitkub เปิดระบบฝาก-ถอนเหรียญ EXFI และแจกจ่ายเหรียญให้ลูกค้า
วันที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 17:00 น.
วิธีการคำนวณสัดส่วนการแจกจ่
จำนวน SGB ของท่าน ณ เวลาที่ Snapshot / 392.9776857232 = จำนวน EXFI ที่ท่านจะได้รับ
ตัวอย่าง: หากท่านมี 500 SGB ณ เวลาที่ Snapshot ท่านจะได้รับ = 500 / 392.9776857232 = 1.27233687 EXFI
** จำนวน EXFI ที่น้อยกว่าทศนิยม 8 หลักในผลลัพธ์การคำนวณ จะไม่ถูกนับรวมเป็นจำนวนเหรียญ EXFI ที่จะได้รับ
หมายเหตุ
ท่านจะได้รับเหรียญ EXFI ในบัญชีบิทคับของท่าน ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับอีเมลแจ้
งยอดแอร์ดรอป จำนวน SGB ที่นำมาคำนวณจะต้องเป็นยอดที่
ได้รับการ Snapshot ณ เวลา 1:00 น. (เวลาประเทศไทย) ของวันที่ 13 ธันวาคม 2564 เท่านั้น การซื้อขายเหรียญ EXFI บนบิทคับอยู่ระหว่างขั้
นตอนการพิจารณาที่เข้มงวด ซึ่งเป็นกระบวนเดียวกันกับเหรี ยญและโทเคนอื่น ๆ การสนับสนุน Airdrop นี้จะไม่รับประกันการซื้อขาย EXFI และทางบิทคับไม่ได้รับประกั นการเปิดระบบซื้อขาย EXFI แต่อย่างใดตามนโยบายภายในของเรา
**การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมี
ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่ดี
วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564
รู้จักกับ GuildFi
GuildFi คืออะไร?
GuildFi คือแพลตฟอร์มเกมแบบ Web 3 ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อผู้เล่น เกม และนักลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้เกิดเป็นชุมชนของเหล่าผู้ที่สนใจการเล่นเกมประเภท Play-to-earn หรือการเล่นเกมเพื่อสร้างรายได้ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลก Metaverse
กระแส GameFi หรือเกมแบบ Play-to-earn ที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีบล็อกเชน เรียกได้ว่ากำลังมาแรงสุด ๆ ในปัจจุบัน เพราะนอกจากผู้เล่นจะได้รับความเพลิดเพลินจากการเล่นเกมแล้ว ผู้เล่นยังสามารถสร้างรายได้ไปพร้อมกันอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การเข้าถึง GameFi ในปัจจุบันยังคงมีอุปสรรคบางอย่างที่ทำให้เกมเมอร์ที่มีฝีมือ หรือผู้ที่สนใจไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินทุน ความรู้ ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ
GuildFi จึงมีจุดมุ่งหมายที่จะลบอุปสรรคเหล่านั้นออกไป เพื่อทำให้เกมเมอร์สามารถเข้าถึงเกมประเภท Play-to-earn ได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ผ่านการสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้สร้างหรือผู้เล่น บริการเครื่องมือสนับสนุนผู้เล่น ตลอดจนการให้ความรู้และพาผู้เล่นเข้าสู่โลก Metaverse
GuildFi น่าสนใจอย่างไร?
วิสัยทัศน์ของ GuildFi คือการมุ่งมั่นที่จะเป็นชุมชนที่สนับสนุนและเชื่อมต่อผู้สนใจการเล่นเกมแบบ Play-to-earn และลดอุปสรรคในการเข้าถึงเกม แพลตฟอร์ม GuildFi จึงมีบริการที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
GuildFi ID: เปรียบเสมือนไอดีหรือบัญชีของผู้เล่นที่มีระบบเลเวลคอยติดตามและสรุปผลความก้าวหน้าของผู้เล่น
Game Discovery: บริการที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถค้นพบเกม Play-to-earn ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
Guild Discovery: บริการเงินทุนสนับสนุนผู้เล่น โดยทุนส่วนหนึ่งมาจากพาร์ตเนอร์และส่วนหนึ่งมาจากคลังของ GuildFi เพื่อช่วยให้ผู้เล่นที่มีแววสามารถเข้าถึงเกมได้ง่ายยิ่งขึ้น
Proof-of-Play Rewards: ผู้เล่นที่เข้าร่วมกับ GuildFi มีโอกาสได้รับรางวัลเพิ่มเติมจากทาง GuildFi โดยอาจเป็นการแจก NFT พิเศษ หรือการได้โบนัสเป็นโทเคน ฯลฯ
Metadrop Launchpad: บริการที่ช่วยให้ผู้เล่นมีโอกาสได้รับรางวัล Airdrop จากเกมที่เป็นพาร์ตเนอร์ของ GuildFi ยิ่งผู้เล่นมีเลเวล GuildFi ID มากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสได้รับมากเท่านั้น
GameFi Tools: เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถวิเคราะห์ผลตอบแทนที่จะได้จากการเล่นเกม เพื่อวางแผนและจัดสรรเวลาเล่นเกมให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด
ด้วยบริการที่หลากหลายและครอบคลุมความต้องการของผู้เล่นเกม GuildFi จึงเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ด้าน Metaverse และ GameFi ที่สามารถระดมทุนได้มากที่สุดโปรเจกต์หนึ่งในโลก โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 4.7 พันล้านบาท จากนักลงทุนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น DeFiance Capital, Hashed, Pantera Capital, Coinbase Venture, Alameda Research, Animoca Brands, ฯลฯ
โทเคน GF คืออะไร?
GuildFi ก็มีโทเคนหลักคือ GF (GuildFi Token) ที่เป็น Governance Token ที่มอบสิทธิ์ให้ผู้ถือสามารถร่วมออกเสียงหรือเสนอแนวทางพัฒนาแพลตฟอร์มผ่านระบบการบริหารแบบ DAO แล้ว
นอกจากเรื่องของการบริหารแล้ว โทเคน GF ยังสามารถนำไปล็อก (Stake) บนแพลตฟอร์มของ GuildFi เพื่อแลกกับสิทธิ์ร่วมเป็นสมาชิก Guild (สมาคม) ต่าง ๆ ซึ่งจะให้ผลตอบแทนต่างกันออกไปตามจำนวนเหรียญที่ล็อก เริ่มตั้งแต่ สิทธิ์ได้รับ Airdrop NFT สิทธิ์ร่วมเล่นเกมแบบ Early access และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย
-ข้อมูลจาก Whitepaper ของ GuildFi ระบุการกระจายโทเคน GF ไว้ดังนี้
40% สำหรับระบบนิเวศ (Ecosystem)
24% สำหรับการระดมทุนรอบ Seed
15% สำหรับทีมพัฒนา (Team)
14% สำหรับเก็บสำรอง (Treasury)
5% สำหรับการเปิดขายแบบ Public Sale
2% สำหรับที่ปรึกษา (Advisor)
-โทเคน GF จัดเป็นโทเคนที่มีมูลค่าตลาดรวมสูงสุดอันดับที่ 471 โดยมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 66,670,897,983 บาท ขณะที่โทเคน GF มีราคาในตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 66.67 บาท*
-มีโทเคน GF หมุนเวียนอยู่ในตลาดประมาณ 42,185,071.63 GF โดยมีอุปทานสูงสุด (Max supply) อยู่ที่ 1,000,000,000 GF*
*ข้อมูลจาก Coinmarketcap ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2021
อ้างอิง: GuildFi, Medium, Whitepaper, Coinmarketcap,bitkub
Bitkub จะนำเหรียญ KUB เข้าสู่กระดานเทรด gate.io
Bitkub Chain ในนามบริษัท Bitkub Blockchain Technology จะนำเหรียญ KUB เข้าสู่กระดานเทรด https://www.gate.io ซึ่งเป็นกระดานเทรดต่างประเทศ (Global Exchange) เป็นแห่งแรก โดยมีกำหนดการ เพื่อ Listing Vote ในวันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2564



